ประเทศไทย

ค่าธรรมเนียมรูดบัตร ร้านค้าโดนหักกี่ %? เทียบ QR พร้อมเพย์ และกินกำไรไปเท่าไร

ร้านที่รับบัตรผ่านเครื่อง EDC จะโดนหักค่าธรรมเนียม (MDR) ตามประเภทบัตร ตัวอย่างจากอัตราที่ธนาคารกรุงเทพประกาศสำหรับร้านค้าใหม่: บัตรเครดิตวีซ่า/มาสเตอร์การ์ดในประเทศ 1.60% บัตรพรีเมียม 2.40% บัตรต่างประเทศ 3.25% และบัตรเดบิตในประเทศ 0.55% ส่วน QR พร้อมเพย์ ร้านบุคคลธรรมดายังไม่เสียค่าธรรมเนียมที่ธนาคารกรุงเทพและกรุงศรี (K SHOP ฟรีแบบมีเงื่อนไข) ค่าธรรมเนียมหักจากยอดขายก็จริง แต่ที่หายไปคือกำไร: ของราคา 200 บาท ต้นทุน 120 บาท ถ้าลูกค้ารูดบัตรเครดิต 1.60% ร้านโดนหัก 3.20 บาท เท่ากับ 4% ของกำไร 80 บาท

ด้านล่างใช้ตัวเลขชุดเดียวกันคิดให้ดูว่าแต่ละช่องทางมีต้นทุนเท่าไร เดือนหนึ่งเสียรวมเท่าไร ทำไมเงินเข้าบัญชีน้อยกว่ายอดขาย และบวกค่าธรรมเนียมกับลูกค้าได้หรือไม่

รับเงินแต่ละช่องทาง ร้านค้าโดนหักเท่าไร

ตารางนี้รวบรวมจากหน้าเว็บของผู้ให้บริการ ณ ตุลาคม 2569 อัตราจริงขึ้นกับสัญญา ประเภทร้าน (บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล) และยอดขาย ให้ยึดสัญญาและรายการเงินเข้าของร้านคุณเป็นหลัก

ช่องทางค่าธรรมเนียมที่ร้านจ่ายหมายเหตุ
เงินสด0ไม่มีค่าธรรมเนียม
QR พร้อมเพย์ (Thai QR)ร้านบุคคลธรรมดา: ฟรี (บางรายมีเงื่อนไข) · นิติบุคคล: 0.35% หรือ 5 บาทต่อรายการธนาคารกรุงเทพยังไม่คิดค่าธรรมเนียมร้านบุคคลธรรมดาจนกว่าจะประกาศเปลี่ยน K SHOP ไม่มีค่าธรรมเนียมเมื่อลูกค้าจ่ายผ่าน K PLUS หรือยอดไม่เกิน 5,000 บาทต่อรายการจากแอปธนาคารอื่น กรุงศรีมั่งมีช้อปฟรี ยกเว้นนิติบุคคลที่จดทะเบียนบริษัท
บัตรเครดิตในประเทศ (EDC, mPOS หรือ QR รับบัตรเครดิต)ราว 1.5%–2.8% ตามประเภทบัตร ผู้ให้บริการ และสัญญาธนาคารกรุงเทพ (EDC): บัตรทั่วไป 1.60% บัตรพรีเมียม 2.40% · กรุงศรีมั่งมีช้อป ร้านรายย่อย: 1.5%–2.78% · Beam: บัตรพรีเมียม 2.75% · K SHOP: โปรโมชัน 1.5% ผ่าน mPOS หรือ QR รับบัตรเครดิต สำหรับร้านบุคคลธรรมดาและร้านที่ไม่ได้จด VAT ถึง 31 ธ.ค. 2569
บัตรเดบิตไทยและบัตร TPN0.55%อัตราของธนาคารกรุงเทพ
บัตรวีซ่า / มาสเตอร์การ์ดต่างประเทศ3.25%อัตราของธนาคารกรุงเทพ
American Express, Diners Club / Discover3.50%อัตราของธนาคารกรุงเทพ ใช้กับบัตรทุกใบของแบรนด์นี้ ไม่ว่าออกในไทยหรือต่างประเทศ
ทรูมันนี่ฟรีค่าธรรมเนียมรับชำระสำหรับร้านค้าทรูมันนี่ (ร้านบุคคลธรรมดา) ถ้าใช้เครื่องมันนี่ บ็อกซ์ มีค่าเครื่องและค่าบริการแยก
Alipay / WeChat Pay1.60%อัตราของธนาคารกรุงเทพและร้านรายย่อยของกรุงศรีมั่งมีช้อป เหมาะกับร้านในย่านนักท่องเที่ยว

นอกจากเปอร์เซ็นต์ เครื่อง EDC ของธนาคารมักมีค่าบริการรายเดือนเมื่อยอดต่ำ: ธนาคารกรุงเทพคิด 500 บาทต่อเครื่องต่อเดือน (ไม่รวม VAT) ถ้ายอดขายผ่านเครื่องไม่ถึง 50,000 บาท ส่วน KTC คิด 350 บาท (ไม่รวม VAT) เมื่อยอดต่ำกว่า 50,000 บาท และรับเฉพาะร้านนิติบุคคล ขณะที่ mPOS ของ K SHOP ไม่มีค่าบริการรายเดือน แต่ต้องซื้อเครื่อง 2,900 บาท (ไม่รวม VAT)

ค่าธรรมเนียมรับบัตรมีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (อัตราที่ลดไว้ถึง 30 ก.ย. 2570): ธนาคารคิด VAT จากค่าธรรมเนียมและออกใบกำกับภาษีให้ร้าน แต่ตารางอัตราของธนาคารไม่ได้บอกเสมอไปว่ารวม VAT แล้วหรือยัง ถ้ายังไม่รวม 1.60% จะกลายเป็นราว 1.71% ร้านที่จด VAT นำ VAT ส่วนนี้ไปเป็นภาษีซื้อหักกับภาษีขายได้ ส่วนร้านที่รายรับไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีและไม่ได้จด VAT นำไปหักเป็นภาษีซื้อไม่ได้ VAT นี้จึงเป็นต้นทุนเต็ม ๆ

ค่าธรรมเนียมกินกำไร ไม่ใช่แค่ยอดขาย

ค่าธรรมเนียมคิดจากยอดที่ลูกค้าจ่าย จึงดูเหมือนแค่ 1–3% แต่เงินที่ร้านได้จริงคือราคาขายลบต้นทุนสินค้า ค่าธรรมเนียมถูกหักออกจากกำไรก้อนนี้

สมมติขายของชิ้นละ 200 บาท ต้นทุน 120 บาท กำไรขั้นต้นชิ้นละ 80 บาท:

หน่วย: บาท ใช้อัตราที่ธนาคารกรุงเทพประกาศสำหรับร้านค้าใหม่ ยังไม่รวม VAT ของค่าธรรมเนียม “เหลือ” ยังไม่หักค่าเช่า ค่าแรง และค่าใช้จ่ายอื่น จึงไม่ใช่กำไรสุทธิ
เงินสด / QR พร้อมเพย์เดบิตไทย 0.55%เครดิต 1.60%บัตรต่างประเทศ 3.25%
ลูกค้าจ่าย200200200200
ค่าธรรมเนียม01.103.206.50
ร้านได้รับจริง200198.90196.80193.50
เหลือหลังหักต้นทุนและค่าธรรมเนียม8078.9076.8073.50
ค่าธรรมเนียมคิดเป็น % ของกำไร0%1.4%4%8.1%

สัดส่วนนี้คิดได้ด้วยสูตรเดียว: ค่าธรรมเนียมกินกำไรกี่ % = อัตราค่าธรรมเนียม ÷ อัตรากำไรขั้นต้น ตัวอย่างข้างบนมีกำไรขั้นต้น 80 ÷ 200 = 40% บัตรเครดิต 1.60% ÷ 40% = 4% ยิ่งกำไรบาง ค่าธรรมเนียมเท่าเดิมยิ่งกินสัดส่วนมาก:

ตัวเลขในตารางคือ % ของกำไรขั้นต้นที่เสียไปเป็นค่าธรรมเนียม
อัตรากำไรขั้นต้น0.55%1.60%2.40%3.25%
20%2.8%8%12%16.3%
30%1.8%5.3%8%10.8%
40%1.4%4%6%8.1%
50%1.1%3.2%4.8%6.5%
60%0.9%2.7%4%5.4%

สินค้าที่กำไรขั้นต้นแค่ 20% ถ้าลูกค้ารูดบัตรพรีเมียม 2.40% กำไรทุก 100 บาทจะหายไป 12 บาท ส่วนสินค้าที่กำไรเกิน 50% ผลกระทบเบากว่ามาก

เดือนหนึ่งเสียค่าธรรมเนียมรวมเท่าไร

ค่าธรรมเนียมทั้งเดือนไม่ได้มาจากยอดขายทั้งเดือนคูณอัตราเดียว ต้องคิดแยกทีละช่องทางแล้วรวมกัน เงินสดเป็น 0 สมมติร้านบุคคลธรรมดามียอดที่ไม่ใช่เงินสดเดือนละ 210,000 บาท:

หน่วย: บาท ใช้อัตราที่ธนาคารกรุงเทพประกาศ ยังไม่รวม VAT ของค่าธรรมเนียม
ช่องทางยอดรับเดือนนี้อัตราค่าธรรมเนียม
QR พร้อมเพย์150,0000%0
บัตรเดบิตไทย20,0000.55%110
บัตรเครดิตในประเทศ30,0001.60%480
บัตรต่างประเทศ10,0003.25%325
รวม210,000915

ร้านนี้เสียค่าธรรมเนียมราว 915 บาทต่อเดือน หรือราว 10,980 บาทต่อปี ถ้ายอดบัตร 60,000 บาทนี้รูดผ่านเครื่อง EDC ของธนาคารกรุงเทพ ยอดเกิน 50,000 บาท จึงไม่เสียค่าบริการรายเดือน ลองแทนยอดและอัตราของร้านคุณลงไป ก็จะรู้ว่าเดือนหนึ่งจ่ายเท่าไร

ทำไมเงินเข้าบัญชีน้อยกว่ายอดในเครื่องคิดเงิน

ยอดในเครื่องคิดเงินหรือแอป POS คือเงินที่ลูกค้าจ่าย แต่เงินที่ธนาคารโอนให้คือยอดที่หักค่าธรรมเนียม (และ VAT ของค่าธรรมเนียม) ออกแล้ว สองตัวเลขนี้จึงไม่ตรงกันเป็นเรื่องปกติ ส่วนต่างคือค่าธรรมเนียม

  • ลงบัญชีรายได้เต็มจำนวนที่ลูกค้าจ่าย แล้วลงค่าธรรมเนียมเป็นค่าใช้จ่ายแยกอีกบรรทัด ยอดขายจะไม่ดูหดลงเพราะลูกค้าเปลี่ยนมารูดบัตร และเห็นชัดว่าเดือนนี้จ่ายค่าธรรมเนียมไปเท่าไร
  • เงินแต่ละช่องทางเข้าไม่พร้อมกัน: QR บางแอปเข้าบัญชีทันที บางแอปพักยอดไว้แล้วโอนให้วันถัดไป ส่วนบัตรต้องปิดยอด (settlement) ก่อน แล้วรอโอน เช่น กรุงศรีมั่งมีช้อปโอนยอดบัตรวันรุ่งขึ้น Beam ระบุรอบ T+3 สำหรับบัตร ตอนปิดบัญชีสิ้นเดือนจึงอาจมียอดที่ยังไม่เข้า
  • ถ้าต้องคืนเงินลูกค้า ค่าธรรมเนียมที่โดนหักไปแล้วจะได้คืนหรือไม่ หน้าเว็บของผู้ให้บริการที่เราตรวจไม่ได้ระบุไว้ ให้ถามผู้ให้บริการตอนสมัคร

บวกค่าธรรมเนียมรูดบัตรเพิ่มกับลูกค้าได้ไหม

สำหรับบัตรวีซ่าและมาสเตอร์การ์ด ไม่ได้ กฎของ Visa (Visa Core Rules ฉบับ 18 เมษายน 2569 ข้อ 1.5.5.2) ห้ามร้านค้าบวกเงินเพิ่มจากราคาปกติ เว้นแต่กฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้ร้านมีสิทธิเก็บ ข้อยกเว้นที่เขียนไว้เป็นของสหรัฐฯ แคนาดา ยุโรป ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ไม่มีไทย ส่วนกฎของ Mastercard (Mastercard Rules ฉบับ 2 มิถุนายน 2569 ข้อ 5.12.2) ห้ามร้านเรียกเก็บ surcharge หรือผลักค่าธรรมเนียมให้ผู้ถือบัตร ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยกเว้นเฉพาะออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ป้าย “รูดบัตรชาร์จ 3%” จึงขัดกฎของทั้งสองเครือข่าย ส่วนเงื่อนไขของธนาคารเจ้าของเครื่องให้ดูในสัญญาร้านค้าที่คุณเซ็นไว้

สิ่งที่ทำได้คือให้ส่วนลดกับลูกค้าที่จ่ายเงินสด ซึ่งกฎข้อเดียวกันของ Mastercard อนุญาตไว้ชัดเจน

สำหรับ QR พร้อมเพย์และวอลเล็ต เราไม่พบประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยหรือหน่วยงานรัฐที่พูดถึงการบวกค่าธรรมเนียมกับลูกค้าโดยตรง ถ้าคิดจะทำ ให้ตรวจเงื่อนไขของแอปรับเงินที่ใช้ก่อน และบอกลูกค้าให้ชัดก่อนจ่าย

ทางที่ปลอดภัยกว่าคือรวมค่าธรรมเนียมไว้ในราคาตั้งแต่แรก: ถ้ายอดรูดบัตรเป็นหนึ่งในสี่ของยอดขายทั้งหมด และอัตราเฉลี่ย 2% ขึ้นราคาทั้งร้านราว 0.5% ก็พอกลบค่าธรรมเนียม

ควรรับบัตรไหม? ดูจากจุดคุ้มทุน

ต้นทุนของการรับบัตรคือค่าธรรมเนียม ผลตอบแทนคือยอดจากลูกค้าที่ “ถ้ารูดไม่ได้ก็ไม่ซื้อ” จุดคุ้มทุนใช้สูตรเดิม: ยอดที่ต้องได้เพิ่มเพราะรับบัตร (คิดเป็น % ของยอดรูด) = อัตราค่าธรรมเนียม ÷ อัตรากำไรขั้นต้น

กำไรขั้นต้น 40% กับบัตรเครดิต 1.60%: ยอดรูดทุก 10,000 บาทเสียค่าธรรมเนียม 160 บาท ถ้าในนั้นมีอย่างน้อย 400 บาท (4%) ที่ขายได้เพราะร้านรับบัตร กำไรจากยอดนั้นก็พอจ่ายค่าธรรมเนียม 160 บาทได้หมด

อย่าลืมค่าบริการรายเดือนของเครื่อง: ถ้ายอดรูดเดือนละ 30,000 บาท ค่าธรรมเนียม 480 บาทบวกค่าบริการ 500 บาท (ไม่รวม VAT) รวม 980 บาท เท่ากับต้นทุนจริงราว 3.3% ของยอดรูด จุดคุ้มทุนขยับเป็น 8.2% ร้านที่ยอดรูดน้อยลองเทียบกับ mPOS หรือ QR รับบัตรเครดิตในแอปธนาคาร ซึ่งไม่มีค่าบริการรายเดือน

ถ้าลูกค้าส่วนใหญ่สแกน QR อยู่แล้ว การรับบัตรเพิ่มอาจได้ยอดใหม่ไม่มาก แต่ถ้าร้านอยู่ย่านนักท่องเที่ยว หรือลูกค้ามักถามว่า “รูดบัตรได้ไหม” ลองประมาณดูว่ายอดที่จะได้เพิ่มเกินจุดคุ้มทุนนี้หรือเปล่า

รู้ได้อย่างไรว่าจริง ๆ โดนหักกี่ %

ตัวเลขที่แม่นที่สุดอยู่ในรายงานเงินเข้าของธนาคารและใบกำกับภาษีค่าธรรมเนียมที่ธนาคารออกให้ เอาค่าธรรมเนียมทั้งเดือน (รวม VAT) หารด้วยยอดรูดของเดือนนั้น ก็ได้อัตราจริงของร้าน แยกบัตรเดบิต บัตรเครดิต และบัตรต่างประเทศไว้คนละช่อง เพราะอัตราไม่เท่ากัน สิ้นเดือนจะเห็นว่าช่องทางไหนแพงที่สุด

ถ้าคุณคิดเงินบน iPad อยู่แล้ว จะให้แอปช่วยคิดก็ได้ ใน DingPOS ไปที่ การตั้งค่า → วิธีชำระเงิน แล้วกรอก ค่าธรรมเนียมรับชำระ ให้แต่ละวิธี เป็นเปอร์เซ็นต์ จำนวนคงที่ต่อรายการ หรือทั้งสองอย่าง (กรอกอัตราที่รวม VAT แล้ว เช่น 1.60% บวก VAT 7% ให้กรอก 1.71%) จากนั้นการ์ด วิธีชำระเงิน ในหน้า สถิติ จะแสดงค่าธรรมเนียมโดยประมาณและยอดรับสุทธิโดยประมาณของแต่ละวิธี DingPOS ไม่ได้ประมวลผลการชำระเงินและไม่ได้อ่านใบแจ้งยอดของธนาคาร ตัวเลขจึงเป็นค่าประมาณจากอัตราที่คุณกรอก ยอดจริงให้ดูจากใบแจ้งยอดของผู้ให้บริการ

วิธีตั้งค่าดูได้ที่ DingPOS ติดตามค่าธรรมเนียมบัตรและการชำระผ่านมือถือได้ไหม ฟีเจอร์นี้อยู่ในแพ็กเกจ Standard ขึ้นไป เปรียบเทียบแพ็กเกจได้ที่หน้า ราคา และทดลองใช้ฟรี 30 วัน ทั้งนี้ DingPOS ไม่ใช่เครื่องบันทึกการเก็บเงินที่ได้รับอนุมัติจากกรมสรรพากร และไม่ออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ ร้านที่จด VAT และออกใบกำกับภาษีอย่างย่อจากเครื่อง ต้องใช้เครื่องที่ได้รับอนุมัติแล้ว (ยื่นแบบ ภ.พ.06) ใช้ DingPOS คู่กันเพื่อบันทึกวิธีชำระเงินและประเมินค่าธรรมเนียมกับกำไรได้

ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 2026-10-25